นาย อาทร ประภาประไพ
บทนำ: ปฏิรูปโรงพยาบาลด้วยนวัตกรรมขนส่งอัจฉริยะ
ในยุคที่โรงพยาบาลขยายตัวและมีอาคารซับซ้อนขึ้น การใช้แรงงานคน (Manual Labor) ในการขนส่งกลายเป็นคอขวดที่ทำให้การรักษาล่าช้าและควบคุมต้นทุนได้ยาก โซลูชันของเราถูกออกแบบมาเพื่อ "เปลี่ยนภาระให้เป็นระบบ" โดยเน้นการลดการใช้เจ้าหน้าที่เดินส่งของ และใช้เทคโนโลยีที่ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวมของโรงพยาบาลอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมทางการแพทย์ที่ปลอดภัยและสะอาดกว่าเดิม การตรวจสอบกลับหรือติดตามงานได้ และความพึงพอใจของผู้รับบริการเช่น
1. ระบบสายพานลำเลียงกล่องเวชภัณฑ์อัจฉริยะ (Exclusive Smart Conveyor & Robotic Arm)
จุดเด่น: เป็นระบบที่ตอบโจทย์ให้กับโรงพยาบาลรัฐบาลในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นการผสมผสานระหว่างงานวิศวกรรมลำเลียงและการคัดแยกกล่องเวชภัณฑ์อัจฉริยะ สามารถบรรจุเวชภัณฑ์ได้เป็นจำนวนมาก คุ้มค่าในการขนส่ง ใช้ระบบยกแนวตั้ง (Vertical Lifter) ร่วมกับสายพานแนวนอน ครอบคลุมสถานีพยาบาล, คลังยา, ห้องผ่าตัด และห้องแล็บ สามารถขนส่งวัสดุทางการแพทย์ได้มากกว่า 95% ของความต้องการทั้งหมดในอาคาร
การทำงาน: ใช้สายพานคุณภาพสูงเชื่อมต่อระหว่างแผนก ติดตั้ง Sensor ตลอดเส้นทางเพื่อตรวจสอบสถานะของตะกร้าหรือกล่องบรรจุยา/เวชภัณฑ์ และคัดแยกกล่องตามจุดหมายอัตโนมัติ
การลดต้นทุน: ลดการใช้เจ้าหน้าที่เข็นรถขนส่ง (Messenger) ได้มากกว่า 70% ระบบสามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมงโดยไม่มีค่าล่วงเวลา (OT) และลดความเสี่ยงของหายระหว่างทาง
ความทันสมัย: สร้างภาพลักษณ์ High-Tech ให้กับโรงพยาบาลด้วยระบบกึ่งอัตโนมัติที่แม่นยำและรวดเร็ว
2. ระบบหุ่นยนต์ขนส่งยาและอาหาร (Autonomous Mobile Robot - AMR)
การทำงาน: ใช้ระบบนำทางด้วยกล้องและ Lidar (เลเซอร์สแกนพื้นที่) ไม่ต้องเดินสายไฟหรือติดแถบแม่เหล็กบนพื้น สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางและขึ้นลิฟต์เองได้ โดยใช้ลิฟท์ร่วมกับระบบขนส่งกล่องเวชภัณฑ์
ความทันสมัย: เป็นนวัตกรรมที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการถึงความสะอาดและปลอดภัย ลดการสัมผัสโดยตรงในพื้นที่ควบคุมเชื้อ
3. ระบบท่อสุญญากาศ (Pneumatic Tube System)
การทำงาน: ขนส่งตัวอย่างเลือด ชิ้นเนื้อ หรือเอกสารด่วน ผ่านแรงอัดอากาศด้วยความเร็วสูง
การลดต้นทุน: เพิ่มความเร็วในการวินิจฉัย (Turnaround Time) ทำให้กระบวนการรักษาโดยรวมรวดเร็วขึ้น ลดการรอคอยในแผนกฉุกเฉินหรือผู้ป่วยนอก และทำงานร่วมกับระบบลำเลียงกล่องเวชภัณฑ์อัตโนมัติด้วย
4. ระบบรถไฟฟ้าต่าง ๆ
5. ระบบลำเลียงด้วยสายพาน โดยจะมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งจะใช้งบประมาณน้อยกว่าระบบตู้ขนส่ง
แบบราง และสามารถติด Sensor ตามเส้นทาง เพื่อตรวจสอบสถานะของตะกร้าหรือของที่ถูกส่งได้
รวมถึงระบบแขนกลช่วยหยิบของทำงานร่วมกับระบบสายพาน
การบริหารจัดการบนแพลตฟอร์มเดียว (Unified Centralized Platform)
เรานำทุกระบบข้างต้นมาเชื่อมต่อกันภายใต้ Platform เดียวกัน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด:
1. Connectivity: เชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (HIS) เพื่อสั่งการขนส่งโดยตรงจากระบบเบิกจ่าย
2. Traceability: ผู้บริหารและหัวหน้าแผนกสามารถเช็คได้ว่า "ของอยู่ที่ไหน ใครเป็นคนส่ง และถึงเวลาเท่าไหร่"
3. Cost Analytics: จัดทำรายงานเชิงสถิติ (Statistics Report) เพื่อวิเคราะห์ต้นทุนและประสิทธิภาพการบริหารงาน
ในแต่ละไตรมาส
บทสรุป
การลงทุนในระบบขนส่งอัจฉริยะ ไม่ใช่เพียงการซื้อเครื่องจักร แต่คือการ ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว เพิ่มความปลอดภัยของเวชภัณฑ์ และยกระดับมาตรฐานโรงพยาบาลสู่ระดับสากล