นาย อาทร ประภาประไพ
เป็นระบบช่วยบริหารจัดการยา ให้กับทางโรงพยาบาล เพื่อให้การจัดยาสามารถรองรับจำนวนผู้ป่วย ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องประกอบกับการใช้ยาเฉพาะทางมากขึ้น ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยเน้นถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย Medication Error ลด ระยะเวลารอคอยยาของคนไข้ ลดการทำงานซ้ำซ้อน รวมถึงควบคุมยาคงคลัง ตลอดจนการบริหารจัดการยาอย่างเป็นระบบและตรวจสอบกลับได้
งานด้านเภสัชกรรมโดยเฉพาะการจัดเตรียมและการจ่ายยาให้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลใน IPD หรือ OPD นั้นถือได้ว่าเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างซับซ้อน ซึ่งอาจมีขั้นตอนต่างๆ มากกว่า 100 ขั้นตอน นับตั้งแต่การเขียนใบสั่งยา การเตรียมยา การควบคุมสต๊อกยา การจัดยาในแต่ละลักษณะยา การ Verify รายการยาตามใบสั่งยา การจ่ายยาให้คนไข้ ไปจนถึงเมื่อผู้ป่วยได้รับยา เทคโนโลยีหุ่นยนต์จัดยาต่าง ๆ รวมถึงโปรแกรมบริหารจัดการยา ระบบ Traceability ระบบ QR code ต่าง ๆ นี้จะช่วยลดความคลาดเคลื่อนทางยา (Medication Errors) ด้วยการลดความยุ่งยากซับซ้อนลง ลดขั้นตอนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ให้เหลือเท่าที่จำเป็น จึงช่วยลดความเป็นไปได้ที่จะเกิดข้อผิดพลาด อันเนื่องมาจากผู้ใช้งาน (Human Error)
ระบบการจัดการยาแบบอัตโนมัตินี้ ในปัจจุบันจะเน้นในส่วนของ IPD แต่สามารถนำมาต่อยอดจัดการยา OPD ได้ การจัดยาในเมืองไทยมีระบบการจัดยามีความซับซ้อน และยามีหลากหลายประเภท ไม่เฉพาะยาเม็ดอย่างเดียว ยังมียาแผงทั้งแผงแข็งและแผงอ่อน ยาแผงตัด ยาฉีด ยากล่อง ยาน้ำ เป็นต้น ซึ่งหากเราจะนำทั้งหมดมาจัดการเราจะเรียกการจัดการนี้ว่า “การแก้ไขปัญหาทั้งระบบ (Total solution)”
การบริหารจัดการในการจัดยา และจ่ายยาของ OPD มีความท้าทายเป็นอย่างมาก จากการที่ผู้ป่วยนอกจำนวนมาก 1,000-2,000คน ที่มาใช้บริการในแต่ละโรงพยาบาลรัฐบาล คนไข้ใช้เวลารอคิวในการตรวจรักษาเป็นเวลานาน และยังใช้เวลานานในการรอรับยาจากแผนกเภสัช OPD ด้วย ทำให้มีคนไข้หลายคนต้องมารอรับยาหน้าห้องจ่ายยา OPD เป็นจำนวนมาก หลายโรงพยาบาลแน่นไปด้วยคนไข้จนไม่มีที่พักรอรับยา ทำให้ทางโรงพยาบาลประสบปัญหาต่าง ๆ ดังนี้
1. ปัญหาเรื่องที่จอดรถ เนื่องจากญาติคนไข้ที่พาคนไข้มาก็ต้องลางานและขับรถส่งคนไข้ และการรอการรักษาและ รอรับยาใช้เวลานาน และต้องจอดรถเป็นเวลานาน ทำให้ที่จอดรถไม่เพียงพอเป็นภาระของคนไข้ที่ต้องหาที่จอดรถ และเสียค่าที่จอดรถ รวมถึงโรงพยาบาลต้องมาเสียค่าใช้จ่ายในการสร้างอาคารจอดรถ
2. การใช้เวลาของคนไข้ที่มารับยานาน โดยปกติคนไข้ของโรงพยาบาลรัฐบาล ใช้เวลาในการรอรับยาประมาณ 30นาที ถึง 2ชั่วโมง หรือมากกว่า เวลาที่รอคอยรวมถึงญาติคนไข้ด้วย โดยปกติโรงพยาบาลขนาดใหญ่มีคนไข้นอกกว่า 2,000คน ต่อวัน ตีเป็นค่าเสียเวลา 2ชั่วโมงต่อวัน จำนวน 2,000คน (50บาทต่อชั่วโมง) ทั้งหมดจะสูญเงินจากการรอคอย 2ชั่วโมง x 2,000คน x 50บาท = 200,000บาทต่อวัน หากเราคิดที่ 1ปี เท่ากับ สูญเสียเงินถึง 72,000,000 บาท
3. การขยายห้องจ่ายยา OPD กระจายไปยังจุดต่าง ๆ ที่ให้การรักษา บ้างโรงพยาบาลมีห้องจ่ายยาถึง 4-5 ห้องจ่ายยา OPD เพิ่มเจ้าหน้าที่เภสัชให้เพียงพอต่อการให้บริการ เพิ่มสต๊อกยาเพื่อให้เพียงพอต่อห้องจ่ายยาในแต่ละห้อง
4. Medication Error เรื่องนี้สามารถเกิดขึ้นได้ง่าย เนื่องจากคนไข้จำนวนมาก และการจ่ายยาของโรงพยาบาลส่วนใหญ่จะให้ยาคนไข้ประมาณ 1-3 เดือน การหยิบยาเพื่อให้ทันคนไข้ที่รอคอยยา ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่มีโอกาสเกิดความผิดพลาดขึ้นได้
5. ยังไม่มีการ Track ตัวยาแต่ละตัว หรือยังไม่สามารถระบุ หรือติด Barcode ทำให้ไม่สามารถตรวจย้อนกลับตัวยาที่ให้คนไข้ในแต่ละรายการยาได้ว่า ยาที่คนไข้ได้รับถูกต้องหรือไม่? ตัวยาหมดอายุเมื่อไหร่? ตัวยาที่จ่ายให้คนไข้กับตัวยาจริงในคลังยา ตรงกันหรือไม่?
การจ่ายยาให้คนไข้ OPD มากกว่า 80-90% ที่เป็นลักษณะยาแผง ทั้งในรูปแบบ Tablet และ Capsule และมียาประเภทอื่น ๆ 10-20% เช่น ยาแผงตัด ยาเม็ด ยาน้ำ ยาครีม ยาในตู้เย็น ยาหลอด เป็นต้น โดยเราจะจัดการยาแผงที่มีปริมาณการจ่ายสูงสุด โดยการ Prepack แผงยาให้อยู่ในรูปแบบกล่อง และ พิมพ์ ข้อมูลยาต่าง ๆ ในรูปแบบ QR code ลงบนกล่องยา เพื่อสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จากนั้นให้ใส่เข้าเครื่องจ่ายยา กล่องอัตโนมัติขนาดใหญ่ เพื่อทำการจัดยากล่องอัตโนมัติ เครื่องจ่ายยากล่องอยู่ 2 แบบคือ
ส่วนยาอื่น ๆ ที่ไม่สามารถ Prepack ลงในกล่องได้ เราสามารถ Prepack ลงใส่ถุงได้ โดยใช้เครื่อง Auto Bag สามารถใส่ยาในรูปแบบอื่น ๆ ใส่ซอง และสามารถ พิมพ์ Barcode อัตโนมัติ แล้วนำยาดังกล่าวมาเข้าระบบ Smart Shelf เพื่อที่จะหยิบยาต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง
ในการควบคุม Flow งานต่าง ๆ ตั้งแต่ การ Prepack และเติมยา และการหยิบยา โดยมีตัวเลขขึ้นที่ใต้กล่องบรรจุยาให้เห็นอย่างชัดเจน โดยจะทำงานร่วมกับระบบ Handheld หรือ Mobile PC ได้